มุมการจัดการความรู้ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี

จังหวัดอำนาจเจริญ PDF Print E-mail
  
Saturday, 07 July 2007 09:54

สารบัญ  

จังหวัดอำนาจเจริญ

1. สภาพภูมิประเทศของจังหวัดอำนาจเจริญ

                1.1 ข้อมูลทั่วไป

                1.2 ลักษณะภูมิประเทศ

                1.3 แผนที่จังหวัด

2. สภาพภูมิอากาศและฝนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                2.1 สภาพภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                                2.1.1 อุณหภูมิ

                                2.1.2 ความชื้นสัมพัทธ์

                                2.1.3 ค่าศักย์การคายระเหยน้ำ

                                2.1.4 ช่วงแสง

                2.2 สภาพน้ำฝนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

3. สภาพดินในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                3.1 สภาพดินโดยทั่วไป

                3.2 แผนที่กลุ่มชุดดิน

                3.3 ลักษณะและสมบัติของดินที่สำคัญต่อการเกษตร   

                3.4 การจำแนกความเหมาะสมและข้อจำกัดของดินสำหรับปลูกพืช

                3.5 ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินและแนวทางการแก้ไข

                3.6 ภาพ Profile ดินแต่ละชุด

                3.7 แผนที่แสดงศักยภาพในการให้ผลผลิต

4. แหล่งน้ำและระบบชลประทานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                4.1 สภาพแหล่งน้ำโดยทั่วไป

                4.2 ระบบชลประทานและพื้นที่รับน้ำชลประทาน

5. ระบบการผลิตและพืชเศรษฐกิจในจังหวัดอำนาจเจริญ

                5.1 การผลิตด้านการเกษตรในจังหวัดอำนาจเจริญ

                5.2 พืชเศรษฐกิจ

6. การผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                6.1 พันธุ์ข้าว

                6.2 เหตุผลในการใช้พันธุ์ข้าว

                6.3 การเตรียมดินและวิธีการปลูก

                6.4 การใส่ปุ๋ย

                6.5 การกำจัดวัชพืช

                6.6 การเก็บเกี่ยวและการนวด

                6.7 ผลผลิต

                                6.7.1 พื้นที่ปลูกและผลผลิต

                                6.7.2 ความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกข้าวในการให้ผลผลิตของข้าวที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

7. ผลกระทบต่อการผลิตการผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                7.1 ผลกระทบจากสภาพแวดล้อม

                                7.1.1 ผลกระทบจากสภาพแล้ง

                                7.1.2 ผลกระทบจากสภาพน้ำท่วม

                7.2 ผลกระทบจากโรคและแมลง

                                7.2.1 ปัญหาจากโรคไหม้

                                7.2.2 ปัญหาจากแมลงศัตรูข้าว

8. รายได้และรายจ่ายในการทำนา

                8.1 รายได้จากการขายข้าว

                8.2 รายจ่ายในการทำนา

9. ที่มาของข้อมูลและเอกสาร

 

................................................................................................................................................................................................................................


จังหวัดอำนาจเจริญ

1. สภาพภูมิประเทศของจังหวัดอำนาจเจริญ

                1.1 ข้อมูลทั่วไป

                จังหวัดอํานาจเจริญ เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย แบ่งการปกครองออกได้เป็น 7 อำเภอ ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 15 องศา 32 ลิปดา ถึง 16 องศา 16 ลิปดา เหนือ และเส้นแวงที่ 104 องศา 25 ลิปดา ถึง 105 องศา 03 ลิปดา ตะวันออก ความสูงจากระดับน้ำทะเล 115-120 เมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนตประมาณ 568 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 3,161.248 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,975,780 ไร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้ (ภาพที่ 1)

ทิศเหนือ              ติดต่อกับ จังหวัดยโสธร และ จังหวัดมุกดาหาร

ทิศตะวันออก        ติดต่อกับ จังหวัดอุบลราชธานี และสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว

ทิศใต                ติดต่อกับ จังหวัดอุบลราชธานี

ทิศตะวันตก          ติดต่อกับ จังหวัดยโสธร

1.2 ลักษณะภูมิประเทศ

สภาพพื้นที่โดยทั่วไปของจังหวัดอำนาจเจริญ แบ่งออกอย่างกว้างๆ ได้ 3 สภาพพื้นที่ ดังนี้ 

                1. สภาพพื้นที่ตอนบนของตัวจังหวัด ได้แก่ บริเวณตอนเหนือของอำเภอชานุมาน มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและเทือกเขาสูงเป็นหย่อมๆ เช่น ภูกกบก ภูหัวนาค ภูสระดอกบัว มีความสูงอยู่เหนือจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 200-400 เมตร สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นลูกคลื่นลอนชันถึงเป็นเนินเขา มีความลาดชัน 12-35 เปอร์เซ็นต์ และมีแม่น้ำโขงไหลผ่านตอนบนของอำเภอชานุมาน

                 2. สภาพพื้นที่ตอนกลางของตัวจังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดของจังหวัด มีสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อยถึงเป็นลูกคลื่นลอนลาด มีความลาดชัน 2-12 เปอร์เซ็นต์ และมีที่ราบระหว่างลูกคลื่นเหล่านี้ พื้นที่บริเวณนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 120-200 เมตร

                 3. สภาพพื้นที่ตอนล่างของตัวจังหวัด ได้แก่ บริเวณอำเภอพนาและอำเภอหัวตะพาน มีสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อยถึงค่อนข้างราบเรียบ มีความลาดชันน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ และเป็นที่ราบลุ่มสองฝั่งของลำน้ำเซบกและลำน้ำเซบายที่ไหลลงสู่แม่น้ำมูลและแม่น้ำชี พื้นที่บริเวณนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 115-120 เมตร (สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน,2550)

                1.3 แผนที่จังหวัด

 

ภาพที่ 1 แผนที่จังหวัดอำนาจเจริญและอาณาเขตติดต่อจังหวัดใกล้เคียง

 

2. สภาพภูมิอากาศและฝนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                2.1 สภาพภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                ภูมิอากาศโดยทั่วไป จังหวัดอำนาจเจริญจัดอยู่ในเขตอากาศแบบ Tropical Savannah คือจะเห็นความแตกต่างของฤดูฝนและฤดูแล้งอย่างชัดเจน  มีช่วงกลางวันยาวในฤดูร้อน และมีอุณหภูมิสูงตลอดปี ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม ในปี พ.ศ. 2550  มีฝนตก 78 วัน ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 1,782.8 มิลลิเมตร ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเมษายน

(สำนักงานสถิติอำนาจเจริญ, 2553) 

                                2.1.1 อุณหภูมิ

                                2.1.2 ความชื้นสัมพัทธ์

                                2.1.3 ค่าศักย์การคายระเหยน้ำ

                                2.1.4 ช่วงแสง

                2.2 สภาพน้ำฝนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

 

3. สภาพดินในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                3.1 สภาพดินโดยทั่วไป

                สภาพดินในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ พบว่า ดินทั้งหมด 22 กลุ่มชุดดิน มีเนื้อที่ประมาณ 1,880,381 ไร่ หรือ 95.171 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด และพื้นที่เบ็ดเตล็ด 3 หน่วย มีเนื้อที่ประมาณ 95,399 ไร่ หรือ 4.829 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด รวมเนื้อที่ทั้งจังหวัดประมาณ 1,975,780 ไร่

                3.2 แผนที่กลุ่มชุดดิน

                แผนที่ของกลุ่มชุดดินที่พบในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ (ภาพที่ 2)  กลุ่มชุดดิน ที่พบมากที่สุดในจังหวัดอำนาจเจริญ  คือ กลุ่มชุดดินที่  40  มีเนื้อที่ประมาณ  502,567 ไร่  หรือ 25.436 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่จังหวัด  กลุ่มชุดดินที่ 40   มีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร และไม้ผลค่อนข้างไมเหมาะสมที่จะนํามาปลูกพืชผัก  และไม่เหมาะสมที่จะใชในการทํานา เนื่องจากเนื้อดิน ค่อนข้างเป็นทรายและสภาพพื้นที่ไม่อํานวย  แต่สามารถใช้ประโยชน์ในการปลูกไม้โตเร็วและปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ได้ดี กลุ่มชุดดินที่พบรองลงมาคือ  กลุ่มชุดดินที่ 19  มีเนื้อที่ประมาณ  379,402 ไร่  หรือ 19.203 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่จังหวัด กลุ่มชุดดินที่ 19 พบบริเวณตะพักลำน้ำระดับต่ำถึงระดับกลาง การระบายน้ำค่อนข้างเลวถึงดีปานกลาง แต่เนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาด มีศักยภาพค่อนข้างไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว เพราะมักจะขาดน้ำในการปลูกแม้แต่ในช่วงฤดูฝน อย่างไรก็ตาม กลุ่มชุดดินนี้ได้ใช้ประโยชน์ในการปลูกทั้งพืชไร่และปลูกข้าว แต่ให้ผลผลิตต่ำถึงค่อนข้างต่ำ

ภาพที่ 2 แผนที่กลุ่มชุดดินของจังหวัดอำนาจเจริญ

 

                3.3 ลักษณะและสมบัติของดินที่สำคัญต่อการเกษตร

                ลักษณะและสมบัติของดินที่สำคัญต่อการเกษตร แสดงไว้ใน ตารางที่ 1

                3.4 การจำแนกความเหมาะสมและข้อจำกัดของดินสำหรับปลูกพืช (ตารางที่ 2 และ ตารางที่ 3)

                1. ดินที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกข้าว แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 5 มีเนื้อที่ประมาณ 54,417 ไร่ หรือ 2.754 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                2. ดินที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกข้าว แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ เนื้อดินแน่นทึบหรือค่อนข้างเป็นทราย ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 15 กลุ่มชุดดินที่ 18 และกลุ่มชุดดินที่ 22 มีเนื้อที่ประมาณ 129,282 ไร่ หรือ 6.543 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                3. ดินที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกข้าว แต่มีข้อจำกัดเนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นที่ดอน ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และ/หรือเนื้อดินเป็นทราย อาจขาดแคลนน้ำเมื่อฝนทิ้งช่วง ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 15hi กลุ่มชุดดินที่ 16hi กลุ่มชุดดินที่ 17hiB กลุ่มชุดดินที่ 18hi กลุ่มชุดดินที่ 18hiB กลุ่มชุดดินที่ 19hi กลุ่มชุดดินที่ 19hiB กลุ่มชุดดินที่ 22hi กลุ่มชุดดินที่ 22hiB กลุ่มชุดดินที่ 24hi และกลุ่มชุดดินที่ 24hiB มีเนื้อที่ประมาณ 708,138 ไร่ หรือ 35.842 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                4. ดินที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกพืชไร่ ไม้ผล และไม้ยืนต้น ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 33B มีเนื้อที่ประมาณ 2,682 ไร่ หรือ 0.136 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                5. ดินที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกพืชไร่ ไม้ผล และไม้ยืนต้น แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ เนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 35B กลุ่มชุดดินที่ 36B กลุ่มชุดดินที่ 37B กลุ่มชุดดินที่ 38B กลุ่มชุดดินที่ 40B และกลุ่มชุดดินที่ 40C มีเนื้อที่ประมาณ 648,360 ไร่ หรือ 32.815 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                6. ดินที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกพืชไร่ ไม้ผล และไม้ยืนต้น แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ เนื้อดินเป็นทรายจัด ได้แก่กลุ่มชุดดินที่ 41B และกลุ่มชุดดินที่ 44B มีเนื้อที่ประมาณ 288,319 ไร่ หรือ 14.592 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                7. ดินที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกไม้ใช้สอยโตเร็ว หรือปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ แต่มีข้อจำกัดคือเป็นดินตื้น พบชั้นเศษหินก้อนกรวดหรือหินพื้น ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 47C และกลุ่มชุดดินที่ 49B มีเนื้อที่ประมาณ 8,348 ไร่ หรือ 0.422 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                8. ดินที่ไม่เหมาะสมสำหรับการทำการเกษตร  เนื่องจากเป็นพื้นที่มีหินพื้นโผล่ปะปน มีก้อนหิน เศษหิน ปะปนมาก  ได้แก่  กลุ่มชุดดินที่ 61C และกลุ่มชุดดินที่ 61D  มีเนื้อที่ประมาณ  2,232  ไร่ หรือ  0.113   เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                9. ดินที่ไม่เหมาะสมสำหรับการทำการเกษตร เนื่องจากเป็นพื้นที่มีหินพื้นโผล่ปะปน มีก้อนหิน เศษหิน ปะปนมาก และมีความลาดชันมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 62 มีเนื้อที่ประมาณ 38,603 ไร่ หรือ 1.954 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                10. หน่วยแผนที่ดินเบ็ดเตล็ด เป็นหน่วยของแผนที่ที่ได้แยกออกจากพื้นที่ดินที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์หรือบริเวณที่ไม่เป็นดินตามธรรมชาติ ได้แก่ ที่ดินเต็มไปด้วยก้อนหิน (RL) พื้นที่ชุมชน ที่อยู่อาศัย (U) และพื้นที่น้ำ (W) มีเนื้อที่ประมาณ 95,399 ไร่ หรือ 4.829 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                3.5 ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินและแนวทางการแก้ไข

                1. ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ

                ทรัพยากรดินโดยทั่วไปของจังหวัดอำนาจเจริญ เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินที่เป็นดินทรายหรือตะกอนเนื้อหยาบ วัตถุต้นกำเนิดดินเหล่านี้มีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชต่ำ เนื้อดินเป็นดินปนทรายหรือดินทราย มีความสามารถในการดูดซับธาตุอาหารต่ำและถูกชะพาลงไปในดินชั้นล่างหรือออกไปจากพื้นที่ได้ง่าย ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 15, 15hi, 16hi, 17hiB, 18, 18hi, 18hiB, 19hi, 19hiB, 22hi, 22hiB, 22, 35B, 36B, 37B, 40B, 40C, 56C มีเนื้อที่ประมาณ 1,443,059 ไร่ หรือ 73.037 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                แนวทางแก้ไข การใช้ประโยชน์พื้นที่ดินบริเวณนี้ ควรมีการปรับปรุงบำรุงดินโดยการเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยหมัก อัตรา 1-4 ตันต่อไร่ ปุ๋ยคอก อัตรา 1-2 ตันต่อไร่หรือปุ๋ยพืชสด อัตราเมล็ดพันธ์ 5-10 กก.ต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยเคมีตามชนิดพืชที่ปลูก เพื่อช่วยปรับปรุงบำรุงดิน เพิ่มผลผลิตและรักษาความสามารถในการผลิตของดินไม่ให้เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน

                2. เป็นดินทรายจัด

                ดินทรายจัดจะมีความสามารถในการอุ้มน้ำและดูดซับธาตุอาหารของดินต่ำถึงต่ำมาก ธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชสูญเสียไปในดินชั้นล่างหรือออกไปนอกพื้นที่ได้ง่าย เมื่อมีการให้น้ำหรือมีฝนตก ดินง่ายต่อการกร่อนทำให้เกิดเป็นร่องลึกและกว้าง ขาดแคลนน้ำ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 24, 24hiB, 41B, 44B มีเนื้อที่ประมาณ 347,405 ไร่ หรือ 17.583 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                แนวทางแก้ไข การใช้ประโยชน์ของพื้นที่บริเวณนี้ ควรเลือกชนิดพืชที่ศักยภาพเหมาะสมมาใช้ปลูก เพื่อลดต้นทุนในการผลิต มีการปรับปรุงบำรุงดินร่วมกับมีระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำ เช่น ปุ๋ยหมัก อัตรา 1-4 ตันต่อไร่ ปุ๋ยคอก อัตรา 1-2 ตันต่อไร่ หรือปุ๋ยพืชสด อัตราเมล็ดพันธุ์ 5-10 กก.ต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมี และใช้วัสดุคลุมดิน ทำคันดิน ปลูกหญ้าแฝกหรือปลูกพืชเป็นแถบสลับ พัฒนาแหล่งน้ำไว้ใช้ในช่วงที่พืชขาดแคลนน้ำ การใช้ปุ๋ยเคมีควรใช้ที่ละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อลดการสูญเสียธาตุอาหารลงไปในชั้นดินล่างก่อนที่พืชจะนำไปใช้ได้หรือสูญเสียออกไปจากพื้นที่ เมื่อมีการให้น้ำหรือมีฝนตก

                3. ดินตื้น

                ดินตื้นถึงชั้นลูกรัง เศษหิน ก้อนหินปะปนอยู่ในเนื้อดินตั้งแต่ 35 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่าโดยปริมาตรภายในความลึก 50 เซนติเมตรจากผิวดิน หรือมีชั้นหินพื้นตื้นกว่า 50 เซนติเมตรจากผิวดิน ดินตื้นจะเป็นอุปสรรคต่อการชอนไชของรากพืชลงไปหาอาหาร นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นดินน้อย ทำให้มีความสามารถในการดูดซับธาตุอาหารและอุ้มน้ำต่ำมาก พืชจะขาดน้ำและทำให้เหี่ยวเฉาไวกว่าพื้นที่อื่น ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 25hi, 25hiB, 47C, 49B มีเนื้อที่ประมาณ 31,697 ไร่ หรือ 1.604 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                แนวทางการแก้ไข เลือกพื้นที่ที่มีหน้าดินหนาและไม่มีเศษหินหรือก้อนหินอยู่บริเวณหน้าดินมาก เพราะจะเป็นอุปสรรคต่อการเกษตรกรรมและการดูแลรักษา โดยทำการเกษตรแบบวนเกษตรหรือแบบผสมผสาน ไม่ทำลายไม้พื้นล่าง ขุดหลุมปลูก พร้อมปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยหมักอัตรา 25-50 กก.ต่อหลุม หรือปุ๋ยคอกอัตรา 10-20 กก.ต่อหลุมร่วมกับปุ๋ยเคมีตามชนิดพืชที่ปลูก มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เช่น ใช้วัสดุคลุมดินหรือปลูกหญ้าแฝก เพื่อรักษาความชื้นและลดการกร่อนของดิน พัฒนาแหล่งน้ำไว้ใช้ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วงนานหรือพืชขาดน้ำ สำหรับในพื้นที่ที่มีหินกระจัดกระจายอยู่บนดินมาก ไม่เหมาะสมต่อการเกษตร ควรปล่อยไว้ให้เป็นป่าตามธรรมชาติ เป็นที่อยู่อาศัยเพาะพันธุ์ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร สำหรับในพื้นที่เสื่อมโทรม ควรฟื้นฟูให้กลับมาเป็นป่าหรือปลูกไม้ใช้สอยโตเร็ว

                4. การกร่อนของดิน

                บางบริเวณ มีสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นถึงเป็นเนินเขาและมีเนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย ทำให้ง่ายต่อการถูกกร่อนจากแรงกระแทกของเม็ดฝนและถูกพัดพาโดยน้ำที่ไหลบ่าผ่านผิวดิน ทำให้เกิดเป็นร่องกว้าง ทำความเสียหายกับพืชที่ปลูกและเป็นอุปสรรคต่อการจัดการที่ดินและการไถพรวน

                แนวทางการแก้ไข การใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณนี้ ควรมีการไถพรวนให้น้อยที่สุดและไถขวางความลาดชัน ปรับปรุงดินโดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์  เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยพืชสดร่วมกับปุ๋ยเคมี มีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เช่น ใช้วัสดุคลุมดิน ทำคันดิน ปลูกหญ้าแฝกหรือปลูกพืชเป็นแถบสลับ ในพื้นที่ที่เป็นร่องที่เกิดจากการกร่อน ควรไถกลบและปรับปรุงดินพร้อมเปลี่ยนทางเดินของน้ำไหลบ่า เพื่อไม่ให้เกิดการกร่อนซ้ำในพื้นที่เดิม

                5. พื้นที่มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่ภูเขา

                พื้นที่ที่มีความลาดชัน มากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์หรือเป็นพื้นที่ภูเขา ไม่เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม เนื่องจากยากต่อการจัดการดูแลรักษา ใช้มาตรการพิเศษในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงมาก และยังเป็นการทำลายระบบนิเวศน์ของป่าอีกด้วย ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 62 มีเนื้อที่ประมาณ 38,603 ไร่ หรือ 1.954 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                แนวทางการแก้ไข ควรรักษาไว้ไห้เป็นป่าตามธรรมชาติ เป็นที่อยู่อาศัยและเพาะพันธุ์ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ถ้ามีความจำเป็นต้องนำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ควรมีการสำรวจดินและเลือกใช้พืชที่มีศักยภาพในการเกษตรที่เป็นดินลึกและมีความลาดชันไม่สูงมากนัก โดยทำการเกษตรแบบวนเกษตรและมีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

                6. หินพื้นโผล่

                พื้นที่หินพื้นโผล่เป็นพื้นที่ที่มีหินพื้นโผล่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบนผิวดินมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของพื้นผิว พื้นที่บริเวณนี้ไม่เหมาะสมทางด้านการเกษตรกรรม ควรปล่อยไว้ไห้เป็นป่าตามธรรมชาติหรือปลูกสวนป่า (สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน, 2550)

                3.6 ภาพ Profile ดินแต่ละชุด

                3.7 แผนที่แสดงศักยภาพในการให้ผลผลิต

 

4. แหล่งน้ำและระบบชลประทานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                4.1 สภาพแหล่งน้ำโดยทั่วไป

                แหล่งน้ำ ที่สำคัญของจังหวัดอำนาจเจริญคือ อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน ลำเซบก และลำเซบาย ซึ่งใช้สำหรับการอุปโภค บริโภค และใช้ประโยชน์ในการเกษตรได้เป็นอย่างดี

                4.2 ระบบชลประทานและพื้นที่รับน้ำชลประทาน

 

5 .ระบบการผลิตและพืชเศรษฐกิจในจังหวัดอำนาจเจริญ

                5.1 การผลิตด้านการเกษตรในจังหวัดอำนาจเจริญ

                5.2 พืชเศรษฐกิจ

                จังหวัดอำนาจเจริญ มีพื้นที่การเกษตร 1,085,432 ไร่คิดเป็นร้อยละ 54.9 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยมีครัวเรือนเกษตรกร 62,120 ครัวเรือน คิดเป็นเกษตรกรจำนวน 215,840 คน ในปีเพาะปลูก 2550/2551 มีการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ (ตารางที่ 4) ดังนี้

 

ตารางที่ 4 พื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ พื้นที่ให้ผลผลิต ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ปีเพาะปลูก 2550/2551

พืชเศรษฐกิจ 

พื้นที่การเพาะปลูก (ไร่)

พื้นที่ให้ผลผลิต (ไร่)

ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ (ก.ก.)

ข้าวหอมมะลิ 105

ข้าวเหนียว กข6

มันสำปะหลังโรงงาน

อ้อยโรงงาน

ยางพารา

มะม่วงแก้ว

591,787

361,253

29,219

23,108

24,738

7,319

565,789

350,399

29,219

23,108

2,994

2,120

447

458

3,450

12,000

120

250

ที่มา : สำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ, 2553

 

6. การผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                6.1 พันธุ์ข้าว

                6.2 เหตุผลในการใช้พันธุ์ข้าว

                6.3 การเตรียมดินและวิธีการปลูก

                6.4 การใส่ปุ๋ย

                6.5 การกำจัดวัชพืช

                6.6 การเก็บเกี่ยวและการนวด

                6.7 ผลผลิต

                                6.7.1 พื้นที่ปลูกและผลผลิต

                                จังหวัดอำนาจเจริญมีการเพาะปลูกข้าวนาปีทุกอำเภอ ในปีเพาะปลูก 2550/2551 มีพื้นที่เพาะปลูกรวม 945,024 ไร่ ผลผลิตรวม 409,961 ตัน (ตารางที่ 5) นอกจากนี้มีบางพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังซึ่งจะปลูกเฉพาะข้าวเจ้า โดยมีพื้นที่เพาะปลูกรวม 962 ไร่ ผลผลิตรวม 573 ตัน (ตารางที่ 6)

 

ตารางที่ 5 เนื้อที่ปลูกข้าวนาปี เนื้อที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต และผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ เป็นรายอำเภอ ปีเพาะปลูก 2550/51

ข้าวนาปี  Major rice

 

อำเภอ

เนื้อที่เพาะปลูกข้าว

(ไร่)

เนื้อที่เก็บเกี่ยว

(ไร่)

ผลผลิต

(ตัน)

ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่

(กก.)

ข้าว

เจ้า

ข้าว

เหนียว

ข้าว

เจ้า

ข้าว

เหนียว

ข้าว

เจ้า

ข้าว

เหนียว

ข้าว

เจ้า

ข้าว

เหนียว

 รวมยอด

622,949

322,075

619,862

298,415

274,058

135,903

442.1

455.4

 เมือง

169,155

94,233

168,730

81,551

74,747

37,106

442.9

455

 ชานุมาน

23,791

29,392

23,346

24,141

9,922

10,743

424.9

445

 ปทุมราชวงศา

84,188

48,466

83,738

48,466

37,263

22,197

444.9

457.9

 พนา

69,425

42,398

68,979

42,398

31,041

19,715

450

464.9

 เสนางคนิคม

81,947

34,125

81,517

34,125

36,357

15,834

446

464

 หัวตะพาน

118,957

51,849

118,507

51,849

50,958

22,969

429.9

442.9

 ลืออำนาจ

75,486

21,612

75,045

15,885

33,770

7,339

449.9

462

 

ตารางที่ 6 เนื้อที่ปลูกข้าวนาปรัง เนื้อที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต และผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ เป็นรายอำเภอ ปีเพาะปลูก 2550/51

ข้าวนาปรัง  Second rice

 

อำเภอ

เนื้อที่เพาะปลูกข้าว

 (ไร่)

เนื้อที่เก็บเกี่ยว

(ไร่)

ผลผลิต

(ตัน)

ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่

(กก.)

ข้าว

เจ้า

ข้าว

เหนียว

ข้าว

เจ้า

ข้าว

เหนียว

ข้าว

เจ้า

ข้าว

เหนียว

ข้าว

เจ้า

ข้าว

เหนียว

 รวมยอด

962

 -

962

 -

573

 -

595.6

 -

 เมือง

232

 -

232

 -

121

 -

521.6

 -

 ชานุมาน

 -

 -

 -

 -

 -

 -

 -

 -

 ปทุมราชวงศา

 -

 -

 -

 -

 -

 -

 -

 -

 พนา

 -

 -

 -

 -

 -

 -

 -

 -

 เสนางคนิคม

40

 -

40

 -

26

 -

650

 -

 หัวตะพาน

360

 -

360

 -

221

 -

613.9

 -

 ลืออำนาจ

330

 -

330

 -

205

 -

621.2

 -

ที่มา : สำนักงานสถิติอำนาจเจริญ, 2553

 

                                6.7.2 ความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกข้าวในการให้ผลผลิตของข้าวที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                                1. ดินที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกข้าว แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 5 มีเนื้อที่ประมาณ 54,417 ไร่ หรือ 2.754 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                                2. ดินที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกข้าว แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ เนื้อดินแน่นทึบหรือค่อนข้างเป็นทราย ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 15 กลุ่มชุดดินที่ 18 และกลุ่มชุดดินที่ 22 มีเนื้อที่ประมาณ 129,282 ไร่ หรือ 6.543 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด

                                3. ดินที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกข้าว แต่มีข้อจำกัดเนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นที่ดอน ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และ/หรือเนื้อดินเป็นทราย อาจขาดแคลนน้ำเมื่อฝนทิ้งช่วง ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 15hi กลุ่มชุดดินที่ 16hi กลุ่มชุดดินที่ 17hiB กลุ่มชุดดินที่ 18hi กลุ่มชุดดินที่ 18hiB กลุ่มชุดดินที่ 19hi กลุ่มชุดดินที่ 19hiB กลุ่มชุดดินที่ 22hi กลุ่มชุดดินที่ 22hiB กลุ่มชุดดินที่ 24hi และกลุ่มชุดดินที่ 24hiB มีเนื้อที่ประมาณ 708,138 ไร่ หรือ 35.842 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด (สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน, 2550)

 

ภาพที่ 7 พื้นที่ความเหมาะสมในการปลูกข้าวของจังหวัดอำนาจเจริญ

 

7. ผลกระทบต่อการผลิตการผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

                7.1 ผลกระทบจากสภาพแวดล้อม

                                7.1.1 ผลกระทบจากสภาพแล้ง

                                7.1.2 ผลกระทบจากสภาพน้ำท่วม

                7.2 ผลกระทบจากโรคและแมลง

                                7.2.1 ปัญหาจากโรคไหม้

                                7.2.2 ปัญหาจากแมลงศัตรูข้าว

 

8. รายได้และรายจ่ายในการทำนา

                8.1 รายได้จากการขายข้าว

                8.2 รายจ่ายในการทำนา

 

9. ที่มาของข้อมูลและเอกสาร

ระบบฐานข้อมูลกลุ่มชุดดิน กรมพัฒนาที่ดิน. 2553.แผนที่กลุ่มชุดดินของจังหวัดอำนาจเจริญ [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.gissite3.ldd.go.th.

         (วันที่ค้นข้อมูล : 3 กุมภาพันธ์ 2553).

ระบบฐานข้อมูลกลุ่มชุดดิน กรมพัฒนาที่ดิน.พื้นที่ความเหมาะสมในการปลูกข้าวของจังหวัดอำนาจเจริญ. 2553. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://

         www.gissite3.ldd.go.th. (วันที่ค้นข้อมูล : 3 กุมภาพันธ์ 2553).

สำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ. พื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.amnat charoen.go.th/data /komol03-12-52.pdf

         (วันที่ค้นข้อมูล : 28 มกราคม 2553).

สำนักงานสถิติอำนาจเจริญ.พื้นที่ปลูกและผลผลิตข้าวนาปีและนาปรัง.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :http://amnatchr.nso.go.th/nso/ project/table/

          files/amnatchr/O-10/2552/000/ amnatchr_O-src10_ 2552_000_ 4000 1801.xls (วันที่ค้นข้อมูล : 28 มกราคม 2553).

สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน. 2550. รายงานสำรวจดินเพื่อการเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ. เอกสารวิชา การฉบับที่ 16/05/50 กรมพัฒนาที่ดิน

         กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.

 

 

 

Last Updated ( Friday, 25 June 2010 06:34 )
 
Banner
Copyright © 2014 มุมการจัดการความรู้ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.